วันนี้ดีจัง

posted on 22 Sep 2009 17:22 by cosmoguy  in cosmoguy

หวัดดีไดฯ

หลบแม่ออกมานั่งทำงานที่สีลม ในร้านกาแฟร้านเดิม โต๊ะตัวเดิม...

นั่งทำงานไป จิบน้ำชาไป มองอะไรต่ออะไรข้างนอกไป...

...ความรู้สึกของผมวันนี้ต่างจากสมัยก่อนยังไงไม่รู้แฮะ...

วันก่อน ผมเคยคิดว่าคนที่นั่งทอดหุ่ยในร้านกาแฟได้มีสองประเภท แบบเวลาล้นเหลือ กับแบบท้องอิ่มแต่ไม่รู้จะทำอะไร

แต่วันนี้รู้สึกว่า คนที่ดูเหมือนไม่มีอะไรจะทำนี่ก็ยุ่งได้เหมือนกัน... บางทีร้อนรนซะยิ่งกว่าคนที่มีเอกสารงานกองท่วมโต๊ะซะด้วยซ้ำ

คุณน้าโต๊ะถัดไป - สบถเบาๆ ที่สั่งขายหุ้นไวไป ๒ วินาที ทำให้อดได้เงินเพิ่มจากการขายหุ้นไปอีกหน่อย (ดูจากสภาพหุ้นตอนนี้ ขึ้นมาแค่ ๐.๐๐๑ บาทก็น่าเสียดายจริงมั้ยครับ)

คุณน้องสองคนท่าทางเป็นแฟนกันโต๊ะหลัง - นั่งเขียนรายงานขอเลื่อนตำแหน่งราชการ อีกคนก็เขียนใบสมัครปริญญาโท (มั้ง) ปรีกษากันง่วนเชียว ขอให้ผ่านสมหวังทั้งคู่นะครับ

คุณพี่โต๊ะหลังไป ๒ โต๊ะ - ทำธุรกรรมอะไรก็ไม่รู้แฮะ สั่งโอนเงินกันแทบทุก ๒๐ นาทีเชียว ทีละหลายเงินซะด้วยสิ (เดี๋ยวจะแอบลุกไปดู ถ้าหน้าตาดีจะแอบเอาเลขบัญชีหมายัดไว้พร้อมเขียนจำนวนเงินสัก ๒๐ ล้านดีมั้ยครับ?)

นั่งมองถนนสีลมที่เต็มไปด้วยรถไปก็แอบเซ็งแทนคนที่อยู่บนรถเมล์ไป หลายคนยืน หลายคนหลับ คนที่เดินถนนก็มากมาย เดินเร็วบ้างช้าบ้าง เหมือนเข็มนาฬิกาที่วิ่งวนไปวนมา เร็วบ้าง ช้าบ้าง แต่สักวันก็ต้องหยุดเดิน (เมื่อถ่านหมด...) ถึงนาฬิกาจะหยุด แต่เวลาก็ไม่หยุดนะครับ ก็คงเหมือนงานบริษัทแหละ ไอ้ที่เขาพูดๆ ว่าเราเป็นหนึ่งในฟันเฟืองของบริษัทน่ะ ไม่จริงหรอก ทำไมน่ะเหรอ ก็เวลาฟันเฟืองลาป่วย งานมันก็ยังเดินไปได้นี่นา (ไม่เห็นมีบริษัทไหนปิดเพราะพนักงานลาป่วยสักที่ จริงมั้ยครับ?)

อีกอย่าง ฟันเฟืองแต่ละตัวมีความเร็วไม่เท่ากัน คนที่อยู่ข้างบนๆ มักคาดหวังให้เราหมุนเร็วจี๋ไม่มีหยุด แต่คนที่อยู่ระดับเดียวกันหรือต่ำกว่าจะชอบให้เราหมุนช้าๆ เพื่อที่จะได้ข้ามหัวเราไปเป็นฟันเฟืองตัวบนได้อย่างง่ายๆ แต่ถ้าเราไม่ยอมช้ากว่า เค้าก็หาทางทำให้เราช้าลง หรือกระเด็นออกไปนอกเครื่องจักรได้อยู่ดีแหละ

อ้อ ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน เนี่ย ขาดอันสุดท้ายคือ "ไม่รอด" นะครับ เดี๋ยวนี้ไม่ทำคงอยู่ได้ยาก แต่ถ้าทำ ผมว่าคุณคงว้าเหว่เอาเรื่อง

เอวํ

ปล. ไม่มีอะไร แค่มึนจากการอีดิตงาน และคำปรึกษาจากน้องคนนึงทำพิษเท่านั้นเองครับ

ปล. ๒ ไว้อาลัยคุณอุซุย โยชิโตะด้วยครับ 

/หมา ไปกินโอโตยะดีกว่า~หิวละ 

หวัดดีไดฯ

กลับมาที่ซีรี่ส์บ่นอีกครั้ง... ห่างหายกันไปนานมากเพราะมันเยอะไปหมด เยอะจนไม่รู้จะด่าอะไรก่อน นั่นแล...

แรงบันดาลใจของไดฯหน้านี้ขอยกความดีให้คน ๒ คนครับ

 

  1. คุณกระต่าย (imome) เชื่อว่าเหตุการณ์ในโรงภาพยนตร์คงทำให้เบื่อได้พอสมควร
  2. ไอ้หม้อ ครับ ไอ้หม้อเพื่อนผมนี่แหละ
 
-๑-
 
เมื่อราวๆ  ต้นเดือนที่ผ่านมา หมานัดกับลูกหมูไว้ที่บาชูชิ (นามสมมุติ) ชั้นใต้ดินอัศวนารถ (นามสมมุติ) ห้างที่มีแต่ร้านขายของกับโรงหนัง (ซึ่งดูจาก positioning แล้วน่าจะจับตลาดกลุ่มคนทำงานระดับกลางถึงสูงที่ยังโสดและสนุกกับการใช้ชีวิตแบบดูหนังดูละคร ช็อปปิ้ง ดินเนอร์ แต่กลับมีร้านทอยอาร์อัสเปิดเด่นเป็นสง่าอยู่ร้านนึง ...คงเปิดไว้ให้หนุ่มสาวโสดแวะเข้าไปซื้อของเล่นเป็นของขวัญวันเกิดลูกเพื่อนล่ะมั้ง)
 
กำลังกินๆ เม้าท์ๆ กันอยู่ก็มีเสียงโครมครามดังขึ้นจากแถวๆ กลางร้าน (โซนกลางจะเป็นโต๊ะครับ) แล้วก็มีเสียงเด็กผู้หญิงโวยวาย เสียงเด็กผู้ชายหัวเราะ เสียงผู้ใหญ่แหว (แหวแบบน่ากลัวมาก) ทำเอาคนหันไปมองกันทั้งร้าน
 
...ภาพที่เห็นก็คือ เด็กผู้ชายอายุประมาณ ๕ ขวบวิ่งเล่นไปมา แล้วก็มุดอยู่ตรงระหว่างหลังโซฟากับรางอาหาร ลุกขึ้นมาดึงผมเด็กผู้หญิงที่นั่งอยู่แล้วก็มุดกลับลงไปในช่อง จนครั้งสุดท้ายคงหนักมือหน่อย เด็กผู้หญิงเลยร้อง แม่เด็กก็เลยด่าซะ แต่ยังไม่จบแค่นั้นครับ เด็กผู้ชายก็ยังกวนคนนั้นคนนี้ต่อ แล้วแม่เด็กก็ว่าลูกแรงขึ้นๆ จนครั้งล่าสุดนี่่ก็... ถ้าได้ยินจากปากใครก็ทราบได้เลยว่าพื้นเพทางบ้านคงจะยังไงๆ ซะแล้ว เรียกว่าคนฟังยังอายแทนเลย และถูกต้องครับ เด็กผู้ชายคนนั้นก็ยังเล่นต่อไปแบบอย่าได้แคร์ จนคนที่นั่งเคาเตอร์ข้างๆ เรียกพนักงานมาถามว่า "น้องครับ ช่วยเอาเด็กคนนั้นไปเก็บที ผมรำคาญ" ส่วนหมาถามว่า ถ้าหม้อบุบจะต้องจ่ายค่าเสียหายเท่าไหร่ แล้วมองเด็กคนนั้น พนักงานตอบขำๆ ว่า เราไม่คิดค่ะ แต่พี่อาจต้องจ่ายค่าทำขวัญแม่เด็กแทน หมาก็หึๆ ตอบไปว่า อยู่จ่ายก็ไม่ใช่ผมล่ะครับ
 
แอบคุยกะลูกหมูเล่นๆ ว่า นี่ถ้าเกิดไอ้เด็กนั่นวิ่งชนพนักงานตอนกำลังถือหม้อน้ำซุป แล้วน้ำซุปร้อนๆ หกราดเด็กนั่นพองไปทั้งตัว แม่เด็กจะว่าลูกหรือว่าพนักงานโชคร้ายคนนั้นกันแน่? แต่ก็ไม่ได้อยากพิสูจน์หรอกครับ เพราะแค่ได้ยินคำที่แม่ดุลูก ผมก็ชักสงสารพ่อเด็กขึ้นมาอย่างจับใจและขยาดการแต่งงานขึ้นไปอีกประมาณ ๕% 
 
 
-๒-
 
ในโรงหนังรอบดึก (นานมาแล้วครับ ตั้งแต่ตอนที่โรงในเครือ SF ยังมีตั๋วราคา ๘๐ บาทรอบสองทุ่มครึ่งวันจันทร์ถึงวันพุธ) ผมชอบดูรอบประมาณนี้ครับ เพราะเวลาพอดี (ออกมาจากยิม) จบก็ไม่ดึกมาก ที่สำคัญ คนน้อยและราคาถูก (เรื่องราคาน่ะปัจจัยหลัก)
 
ก็กะว่าเรื่องนี้ไม่น่ามีเด็กดูนะ (คุ้นๆ ว่าจะเป็นคิล บิลภาคสองหรือสามไม่แน่ใจ) เพราะมันก็ดึกแล้ว (สามทุ่มกว่า) หนังก็โหด (ทารันติโน่การันตีความอาร์ตครับ) อาร์ตก็อาร์ต ขนาดเรายังดูเอามัน เด็กๆ คงดูไม่รู้เรื่องมั้ง
 
...ผมคิดผิด...
 
มีคุณพ่อคุณแม่พาลูกไปดูด้วย ๒ คน วัยกำลังซนเลย นั่งอยู่ในโรงตรงช่วงกลางๆ ที่มีที่ยืดขาได้เยอะหน่อย ปรากฏว่าเป็นการดูหนังที่ผมอยากจะกรี๊ด เพราะพอตอนฉากดราม่า เด็กมันก็นั่งอ่านซับแบบออกเสียง (อารมณ์ประมาณอ่านอาขยานหน้าห้อง) พออ่านผิดอีกคนก็จะแก้แล้วก็ว่า คนที่อ่านผิดก็จะโวยวายแล้วตุ้บๆๆๆ พ่อแม่ก็ไม่ได้สนใจอะไร พอแอ็คชั่น (นี่แหละเมนหลักของเรื่อง) ไอ้สองตัวนี่ก็วิ่งออกไปข้างๆ ส่งเสียงช้งเช้งๆๆๆ กันลั่นโรง เล่นเอาผมอยากเอากระติกน้ำขว้างหัวมันให้ตายทั้งคู่จริงๆ
 
-๓- 
 
เดินห้างก็ยังเจอนะ ทำเป็นเล่นไป พ่อแม่ประเภทนี้มีทั่วไป ว่ากันตั้งแต่ห้างใกล้บ้านอย่างเทสโก ปทุมชาติ (นามสมมุติ "เทสโก" อ่านว่า /เท-สะ-โก/) ไปยันห้างประเภทที่ Sophisticated อย่างเซนทรัล (อ่านว่า /เซ-นะ-ทะ-รัน/) สาขาที่ทำ Image improvement ว่าเป็นห้างสำหรับลูกค้าระดับเอถึงเอบวก หรือพารากอร์นก็ตามที พบได้ตั้งแต่แผนกซุปเปอร์มาร์เก็ต ตกแต่งสตรี เสื้อผ้าสตรี เสื้อผ้าบุรุษ เครื่องหนังบุรุษ เครื่องกีฬา ยานยนต์ ตกแต่งบ้าน เครื่องครัว ไปยัน Premium Lounge ฟู้ดคอร์ต และร้านค้าเช่าในศูนย์เชียวแหละ! ทำเป็นเล่นไปนะท่าน (ขาดแผนกไหนเติมได้ตามต้องการครับ)
  • คุณแม่ซื้อของ เอาคุณลูกไว้ในรถเข็นข้างชั้นวางขนม คุณลูกก็ปีนไปหยิบขนมมาแกะกิน คุณแม่หันมาเห็นก็ไม่ได้ว่าอะไร ไอ้เราก็เออ คงเก็บไว้ให้แคชเชียร์ยิงตอนออกมั้ง แต่คิดผิดครับ พอลูกกินหมด คุณแม่เธอก็หยิบซองขนมไปซุกไว้ตรงมุมในสุดของชั้นล่างสุดในซอยอื่นซะงั้น  (ชักกลัวอนาคตของชาติซะแล้วสิ)
  • ลองเสื้อผ้า แต่ปล่อยลูกชายวิ่งเล่นในห้องลองเสื้อผ้าผู้หญิง เรื่องนี้อาจฟังดูธรรมดาถ้าหมาไม่บอกต่อว่า ไอ้เด็กนั่นนรกมาก ไปเคาะประตูห้องที่มีคน (เพื่อนเล่าให้ฟัง พอดีไปรอเพื่อนลองชุดอยู่เหมือนกัน) วิ่งเล่นไปมา ดึงกระโปรงหุ่นโชว์จนแทบโดนหุ่นล้มทับ พนักงานก็มาบอกน้องว่าอย่าเล่นนะคะ (ได้ยินเพราะอยู่ไม่ห่างกันเท่าไหร่) เดี๋ยวมันจะล้ม แต่พอไอ้เด็กนี่เห็นแม่มันปุ๊บ มันร้องไห้ทันที แล้วแม่มันก็แปลงร่างจากคนเป็นจงอางพ่นพิษทันทีว่า "เธอทำอะไรลูกชั้น?" (อยากให้ภาษาไทยมีเครื่องหมายที่ใส่แล้วทำให้นึกถึงความห้วน ความหยาบคาย ความไม่เป็นมิตรในน้ำเสียงของผู้หญิงคนนั้นจัง) พนักงานก็บอกว่า คือ น้องเค้าดีงกระโปรงหุ่นค่ะ หนูกลัวมันจะล้ม ยัยนี่ก็แหวว่า แค่นี้ชั้นมีปัญญาจ่าย ดูซิชั้นลองชุดเนี่ยเป็นเงินเท่าไหร่ หยาบคายแบบนี้ชั้นไม่ชอบ ไม่เอาแล้ว ไปร้านอื่นก็ได้ แล้วก็ขว้างเสื้อที่เพิ่งลองมาลงพื้น จูงมือลูกเดินออกไปเลย เล่นเอาคนที่เห็นเหตุการณ์สงสารน้องพนักงานและอยากฝากรอยมือรอยเท้าไว้บนตัวคุณแม่อย่างจั๋งหนับ
  • ปล่อยลูกไปเล่นดัมเบลในแผนกเครื่องกีฬา ลูกก็กลิ้งเล่นทับนิ้วตัวเอง แต่ดันไปด่าพนักงานว่าไม่ดูแลลูกค้า
  • ร้านอาหาร ปล่อยเด็กวิ่งเล่นไปทั่ว หยิบนั่นหยิบนี่เล่นแบบไม่ดูว่ามันจะแตกได้มั้ย พอหล่นแตกก็โวยวาย ลูกวิ่งชนตู้แทนที่จะว่าลูกดันว่าพนักงานว่าตั้งตู้เกะกะ เคาะตู้ปลาเล่นจนปลาตกใจโดดชนฝาครอบ (มีจริงๆ ครับ แต่อันนี้เกิดที่่ร้านอาหารจีนแห่งนึง) วิ่งชนพนักงานของหล่นโดนลูก ดันว่าพนักงานว่าไม่ระวัง ฯลฯ
-๔-
 
รถโดยสารสาธารณะก็ไม่รอดหรอก
  • เด็กปีนเบาะรถทัวร์มาดึงผม เขกหัว เอาอะไรป้าย เจอประจำสมัยเรียนมหาลัย (แล้วก็ยังเจออยู่)
  • ทำอะไรเปรอะเปื้อนแล้วคิดว่าชาวบ้านจะรับได้ อันนี้ขอเล่าครับ ขอโทษคนที่อ่านระหว่างทานอาหารด้วย
    เรื่องแรก ผมนั่งก่อน แล้วก็มีแม่ลูกมานั่งข้างๆ ลูกอายุประมาณไม่น่าเกิน ๖ ขวบ ดูเหมือนไม่ค่อยสบายเพราะไอตลอดเวลา ทีนี้เด็กก็คือเด็กครับ ไอก็ไม่ปิดปาก แม่ก็ไม่เตือนอะไร แต่ผมน่ะนั่งตัวติดหน้าต่างแล้ว ซึ่งแม่เขาก็คงชอบแหละ เพราะนั่งเบียดผมเข้ามาเรื่อยๆ (ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย...) มาพีคเอาตอนที่ลูกเค้าไอแล้วน้ำลายมาแปะแขนผมนี่แหละ ผมก็รีบหยิบทิชชู่มาเช็ด หยิบทิชชู่เปียกมาเช็ด แล้วเอาทิชชู่ให้แม่เด็กปิดปากลูก แม่เค้าทำไงทราบมั้ยครับ หันมามองหน้าผมอย่างเหยียดๆ แล้วพูดว่า ดัดจริต แค่นี้ทำเป็นรังเกียจ เป็นตุ๊ดรึเปล่าเนี่ย เท่านั้นแหละครับ ผมก็ย้อนเลยว่า ใช่ครับ รังเกียจมาก ขอบคุณที่เข้าใจผม แล้วก็ลุกไปนั่งเบาะอื่นทันที
    อีกเรื่อง ลูกอาเจียน ทีนี้ผมเป็นคนประเภทเห็นแล้วก็จะเหียน แล้วก็จะอาเจียนตาม (ยิ่งอาเจียนเด็ก... พอแล้วครับ แค่คิดกลิ่นก็ลอยมาแล้ว) ก็เลยเอาผ้าเช็ดหน้าปิดปากปิดจมูกนั่งหลับตา แทนที่แม่จะรีบเช็ด เธอดันเรียกกระเป๋ามาแล้วบอกว่า ลูกฉันอ้วก เช็ดที แล้วก็ย้ายที่นั่ง เช็ดหน้าเช็ดตาลูก แค่นั้น จบ
  • เด็กปีนขึ้นมาเหยียบที่นั่งรถไฟฟ้า รถใต้ดิน มันเลอะนะครับ แล้วใครจะไปนั่งต่อ? คุณเองคุณยังไม่นั่งเลย
et cetera
 
 
สงสัยจริงๆ ว่ามันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง? ไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่ามันน่ารังเกียจ? ผมเข้าใจว่าลูกใคร ใครก็รัก แต่สิ่งแรกที่คุณควรสอนให้ลูกรู้คือ "ทำตัวยังไงให้คนอื่นรัก" ไม่ใช่เหรอครับ? คุณลองคิดดูก็แล้วกันว่าคุณสั่งสอน อบรม ให้ท้ายลูกให้ทำตัวแบบนี้ ใครจะรักลูกคุณ?
 
ลองคิดดูว่าถ้าคุณเห็นลูกคนอื่นทำแบบนี้ คุณจะคิดว่าน่ารักมั้ยล่ะครับ? คิดกันบ้างนะ ไม่ใช่อะไรก็รักลูกซะจนบอดหมดทุกทวารแบบนี้
 
 
เอวํ 

 

หวัดดีไดฯ

หายไปนานอีกละ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ คงหายไปเกลี้ยงแล้วมั้งนี่  กรรมของเอ็งไอ้หมา ขี้เกียจตัวเป็นขนเองนี่

ช่วงนี้ว่างแล้วครับ

ว่างจากเรื่องปวดหัวที่มาพร้อมปลอกคอ

ว่างจากการคิดเรื่องงานบ้าบอที่บอกหัวหน้าไปก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ว่างจากความกังวลเรื่องคนอื่น

ครับ ผมออกจากหุบเขาเสียงสะท้อนแล้ว ยะฮู้วววววววววว (เอ่อ ตกงานแล้วจะดีใจทำไมวะไอ้หมา )

การตกงานของผมรอบนี้เหมือนล้มบนฟูกครับ ออกมาก็มีงานรออยู่กองใหญ่ (ทั้งการ์ตูน ทั้งเอกสาร... ขอบคุณวังบาดาลกับเอเจนซี่อีก ๒-๓ เจ้าที่ติดต่อมาเป็นประจำ) ที่ยังทำให้มีรายได้ไม่น้อยกว่าเดิม (เผลอๆ อาจมากกว่าด้วย ...หลายคนคงคิดในใจว่า "แล้วเอ็งจะไปทำงานประจำหาหอกไรวะ?" อยู่แหงๆ ใช่มั้ย? พูดไม่ออกครับ มันเป็นเรื่องของความจำเป็นกับค่านิยมของคนอายุ ๔๐ อัพที่ทำงานประจำเป็นอาชีพน่ะ) ตอนนี้ก็เลยมีเวลามากกว่าเดิมหน่อยนึง (ช่วงไม่ทำงานกับช่วงที่ไม่มีงานเร่ง) ครับผม

สำหรับคนที่ทำงานประจำแล้วตกงาน ให้รีบไปแจ้งขึ้นทะเบียนคนว่างงานที่สำนักงานกรมแรงงานกับสำนักประกันสังคมนะครับ ออกเองได้ ๓๐% ถูกไล่ออกได้ ๕๐% ของยอดเงินเดือนเดือนล่าสุด (คิดจากฐานไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาทนะ)  กรณีไล่ออกต้องมีใบไล่ออกด้วยนะครับ ส่วนระยะเวลานั้นประกันสังคมจะจ่ายให้ ๓ เดือนสำหรับกรณีออกเองและ ๖ เดือนสำหรับกรณีถูกไล่ออกครับ มีเงื่อนไขว่าต้องไปรายงานตัวตามวันที่กำหนด และต้องแสดงให้เจ้าหน้าที่เห็นด้วยว่าเราตั้งใจหางานทำจริงๆ (ซึ่งผมก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าต้องทำยังไง ฟอเวิร์ดเมลตอบรับจากเว็บให้เจ้าหน้าที่กรมแรงงาน??) แล้วเราถึงจะได้เงินครับ (แต่พี่ที่เป็นที่ปรึกษาหมาก็บอกมาว่า ไม่ต้องคิดมากนะ เพราะได้ไม่ครบแน่ๆ และคำตอบที่จะได้จากเจ้าหน้าทีก็คือ ไม่ทราบ ระบบคำนวณออกมาแบบนี้ ตามสูตรเป๊ะ...)

ตกงานอย่าตกใจครับ มีสติเข้าไว้ เดี๋ยวอะไรๆ ก็จะดีเองนะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ 

ชีวิตช่วงนี้ออกแนวกลิ้งไปกลิ้งมาบนที่นอนนุ่มๆ แทบทั้งวัน (ทำงานโน้ตบุ้ค) นั่งทำมั่ง นอนทำมั่ง เบื่อๆ ก็ย้ายก้นไปทำนอกบ้าน ห้องรับแขก นอกชาน ใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้าน หรือไม่ก็ร้านกาแฟที่สีลม แต่คิ้วขมวดแทบทั้งวันกับงานเอกสารล่าสุด แฮ่ๆๆ นักแปลเล่นงานข้าพเจ้าเข้าแล้วคร้าบ

(เอาเป็นว่าจะเล่าเรื่องนี้เป็นนิยายดีกว่า รอให้จบโปรเจ็คต์ก่อนนะครับ) 

...นอกนั้นก็คุยงาน ทวงเงิน เดินช็อปปิ้งแถวๆ สีลม ราชประสงค์ สยาม แวะไปยิมช่วงเที่ยงๆ ถึงบ่ายต้นๆ (เป็นเวลาที่คนน้อยเหมาะแก่การว่ายน้ำเป็นอย่างยิ่ง... ถ้าไม่อายสายตาลูกค้าร้านอาหารอิตาเลียนริมสระน่ะนะ) จิบกาแฟกับลูกค้าช่วงบ่ายแก่ๆ ปาร์ตี้กับเพื่อนสาวตอนหัวค่ำ แล้วกลับมานั่งพิมพ์งานตอนช่วงดึกๆ โทรนัดแฟนไปกุ๊กกิ๊กกันตอนก่อนเที่ยงคืนแล้วกลับมาบ้านตอนเช้า...

...แครี่ แบรดชอว์ชัดๆ (แต่หมาใช้ Lenovo ไม่ใช่ MacBook ง่ะ) อาชีพในฝันจริงๆ ให้ตาย (แต่หมาแต่งตัวมิดชิดกว่าแครี่แน่นอน เชื่อเถอะ อย่างน้อยผมก็ไม่มีกระโปรงชีฟองฟูฟ่องกับเสื้อแขนกุดซีทรู)...

เอวํ หวังว่าเราจะได้พบกันบ่อยขึ้น!