หวัดดีไดฯ

 สำหรับหมา (และคนโสดอีกหลายต่อหลายคน)...
งานแต่งงานของเพื่อน คือเทศกาลปวดเศียรเวียนเกล้าประจำตัวเลยก็ว่าได้...

(ข่าวร้ายระดับสอง... เดือนนี้เดือนป่วยของหมา...)
(ข่าวร้ายระดับสาม... เดือนนี้มาสองงานรวด)
(ข่าวร้ายระดับสี่... ดันจัดงานกันตอนสิ้นเดือนอีก แสรด...)
(ข่าวร้ายระดับห้า... เป็นช่วงที่หมากำลังเก็บตังค์พังห้อง โฮๆๆๆ ที่นอนช้าน)

ปวดหัวที่ ๑
แม่เจ้า แต่งไรดีวะกรู?

รับรองโดยกรานิเย่ลาบราทัวร์เลยว่าคำถามนี้ต้องเป็นคำถามยอดฮิตที่ทุกคนต้องถามตัวเอง (และคนรอบข้าง) ไม่ว่าตัวเองจะมีชุดออกงานสองชุด หรือเต็มตู้ก็ตาม...
(หมาก็เช่นกัน)

...ปกติแล้วร้อยละเจ็ดสิบมักจะมีชุดในใจไว้แล้ว แต่จะเริ่มไขว้เขวก็หลังจากเปิดโพลถามคนรอบตัวน่ะแหละ
(ข้างล่างนี่เป็นสิ่งที่เกิดกับหมาเมื่ออาทิตย์ก่อน ตอนจะไปงานเพื่อนตอนมัธยม)

ไอ้หม้อ - แต่งไรไปก็ได้เมิง กุยังว่าจะใส่เสื่อแมนยูไปเลยเนี่ย (ขออภัยสาวกลิเวอร์พรุน เอ๊ย พูล ไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ)
พ่อไอ้หม้อ - เสื้อฮาวายไง สีแจ๊ดๆ เลย สดใสดี (เอ่อ... ขอบคุณครับ)
พ่อหมา - ชุดทำงานมึงน่ะแหละ ผูกไทซะด้วยนะไอ้หมา (อึดอัดว้อยครับพ่อ)
แม่หมา - อะไรก็ได้นี่นา ชุดทำงานก็ได้ลูก อ้อ รีดเสื้อแล้วรีดให้พ่อเขาสัก ๓ ชุดนะลูก (ออกแนวช่วยโลกร้อน... แต่ รู้สึกรีดเสื้อพ่อมันจะไม่เกี่ยวกับคำถามของลูกนะครับแม่)
พี่ดิว - ใส่ยีนส์ เสื้อเชิร์ต แล้วใส่สูททับ? เฮ้ยไม่ได้ๆๆ ไปงานแบบนี้ต้องให้เกียรติเจ้าของงานนะครับ ใส่สูทไปให้เรียบร้อยนะ ถ้ามีทักซิโด้ก็ใส่ได้ แต่งเกินดีกว่าแต่งไม่สุภาพนะ (พี่ดิวแกอยู่เมืองนอกครับ เรื่องแต่งเวอร์ดีกว่าแต่งน้อยเนี่ยก็เป็นเรื่องปกติที่โน่นหรอก แต่ถ้าหมาใส่ทักซิโด้ไปงานจริงๆ คงถูกเพื่อนๆ ติฉินแหงๆ)
พี่ก้อง - พี่ว่า แต่งธรรมดาๆ ก็ได้นี่นา เสื้อตัว กางเกงตัว ก็พอแล้ว ผู้ชายเอาไรมากฮึ? (พี่จะให้ผมลากเดรสเกาะอกหางปลาสีแดงเพลิงของดิออร์ รองเท้าส้นเข็ม ๘ นิ้วของมาโนโล่ บลาห์นิคไปงานมั้ยล่ะครับ??)

สุดท้าย ชุดที่หมาเลือกใส่ไปคือ กางเกงขายาวผ้าธรรมดาแต่ตัดทรงยีนส์สีดำ (ชอบมากกกกกกก ใส่แล้วก้นดูเล็กอย่างเห็นได้ชัด) เสื้อเชิร์ตแขนสั้นสีโอโรส (เคยได้ยินว่ามันย่อมาจาก Orange rose จริงป่าวหว่า?) แล้วก็สูทสี่กระดุมสีดำ ใส่แบบคลุมเฉยๆ แล้วเอาปกเสื้อออกมาทับสูท ดูกระจกแล้ว งึม โอเค ไม่ทุเรศเกินไป

(แต่สุดท้าย ทั้งงานมีแต่คนใส่ยีนส์ ว้อยยยยยยยยยยยยย)

ปวดหัวที่ ๒
ใส่ซองเท่าไหร่/ให้อะไรดีวะ?

อ่ะนะ นี่ก็เป็นปัญหาหนักอกของคนที่เพิ่งเริ่มเข้างานสังคมเลยทีเดียว ก็มันไม่มีหลักการตายตัวนี่นา

สมัยนี้เรื่องให้ของขวัญคงน้อยลงแล้ว อาจจะมีก็ในหมู่ญาติๆ กัน แต่สำหรับคนอื่นๆ มักให้เป็นเงินกันมากกว่า เพราะง่ายและเจ้าของงานเอาไปใช้ได้ตามใจชอบ

พูดถึงเรื่องเงิน ใครมีหลักดีๆ บอกกันมั่งนะครับ แต่ปกติหมาจะใส่ ๓-๕ ขึ้นกับความสนิทแล้วก็รูปแบบงาน แต่ถ้ากรณีไปกันหลายๆ คน ก็ตั้งยอดขึ้นมาสักตัว แล้วหารกันเอา แบบนี้ก็ง่ายดี

มีคำแนะนำนิดหน่อยสำหรับคนที่กำลังคิดจะแต่งงานครับ เดี๋ยวนี้หลายๆ ห้างมีบริการลงทะเบียนของขวัญอยู่ เราก็ไปเลือกๆ ดูว่าเราต้องการอะไรบ้าง แล้วก็ลงทะเบียนไว้ จากนั้นก็ส่งรายการให้แขกเหรื่อในงานซะ เท่านี้ก็เรียบร้อย ตัดปัญหาของขวัญพิสดาร ของซ้ำ ของบ้าๆ และของรกบ้านไปได้อย่างชะงัดทีเดียว

(แต่ลุงสี่ของหมาให้ของถูกใจหมาแน่ๆ เพราะลุงแกเก็บเหล้าดีๆ ไว้เพียบ มีไวน์อยู่หกขวดที่แกเก็บไว้เกือบ ๑๐ ปีแล้ว ถ้าไม่นุ่มสุดๆ ก็จุกเปื่อยหมดแล้วมั้งครับ)

ปวดหัวที่ ๓
แล้วกรูต้องไปงานอะไรมั่งวะเนี่ย?

เอิ่ม อันนี้ตอบยากจริงๆ นะ เพราะบางครั้งเพื่อนเราก็หวังดี อยากให้เพื่อนๆ ได้ไปร่วมงานกันตั้งแต่เริ่มงาน ซึ่งบางงานของบางคน (อย่างรอบพี่ชายคนโตของรุ่นหมา) งานพี่เค้าเริ่มตั้งแต่ตี ๔! อ่านไม่ผิดหรอกฮะ ตี ๔ จริงๆ เพราะเค้าแต่งแบบจีน คือต้องไปรับเจ้าสาวที่บ้าน อะไรประมาณนั้น ซึ่งวันนั้น หมากบฎ นอนอยู่บ้านอย่างสบายใจ ทิ้งให้พ่อกับแม่ตื่นตั้งแต่ตี ๒ ครึ่ง ขึ้นมาแต่งหน้าแต่งตัวขับรถออกไปเข้าขบวนกันที่รังสิตโน่น (ออกแนวอกตัญญูเล็กๆ นะเนี่ย) แบบนี้เราก็ไม่ไหวเหมือนกัน แต่ตอนเย็น หมาก็ต้องไปช่วยเค้าแจกของเหมือนกันนะ ส่วนพวกรุ่นใหญ่ๆ ก็สบายๆ ไป

ปกติหลักที่หมาใช้ก็คือ งานหมั้น เป็นงานที่เพื่อนๆ ที่สนิทไปร่วมด้วยได้ และควรไปร่วมด้วย เพราะเป็นงานที่ต้องการคนเยอะๆ ให้มันครึกครื้นรื่นเริง แต่ก็ต้องดูด้วยนะว่าเค้าแห่อะไรกันแบบไหน

ส่วนงานรดน้ำสังข์ ควรให้เป็นหน้าที่ญาติๆ ควรไปแต่คนที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าว/เจ้าสาวเท่านั้น เพราะงานนี้ต้องการความเป็นพิธีการค่อนข้างสูง ไม่เน้นเฮฮา แล้วก็ไม่สนุกด้วย ฉะนั้น ถ้าไม่ใช่ญาติ หรือไม่สนิทกันจริงๆ หมาจะขอผ่านงานนี้ไป

งานเลี้ยงบ่าวสาว ไปเถอะ ไปเลย ตอนนี้ไปสนุกแล้ว ไม่ไปอาจถูกติเตียนได้

ปวดหัว ๔
ถึงงานกี่โมงดีวะ?

เออ เรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่ก็เป็นเรื่องได้นะครับท่าน

เคส ๑ เจ้าของงานบอกว่า งานเริ่ม ๑๘.๓๐ หมาไปถึงตอน ๑๙.๐๐ ปรากฏว่าของกินหายไปครึ่งงานแล้ว (ชิบเป๋ง ทำไมมันกินกันไวจัง) อันนี้วันพฤหัส

เคส ๒ เจ้าของงานบอกงานเริ่ม ๑๘.๓๐ เหมือนเมื่อกี้เป๊ะ หมาไปถึงตอน ๑๙.๐๐ ปรากฏว่าแขกยังมากันไม่กี่คนเอง พนักงานเดินโต๊ะยังนั่งกรีดตากันอยู่เลย (ขัดใจเล็กน้อยว่าทำไมเค้าต้องมานั่งกรีดกันในงานด้วยวะ? ห้องน้ำ ห้องแต่งตัวพนักงานไม่มีไฟรึไง?) อันนี้วันเสาร์

เรื่องนี้แล้วแต่ดวงจริงๆ เลยครับ บอกไม่ได้เลยว่าควรไปยังไงเมื่อไหร่ เอาเป็นว่า ปกติหมาจะไปถึงงานเลทกว่าเวลาที่เจ้าของงานบอกสัก ๑๕-๓๐ นาที เพื่อให้เจ้าของงานเค้าจัดการเตรียมงานให้พร้อมแน่ๆ ก่อน จะได้ไม่ต้องเห็นอะไรที่มันไม่เจริญหูเจริญตา (เช่น พนักงานนั่งสุมหัวกันกรีดตาในฮอลจัดงาน หรือพนักงานเอาแจกันดอกไม้มาตั้ง เป็นต้น)

Tips เล็กๆ น้อยๆ สำหรับงานแต่งงาน

  1. แต่งตัวสุภาพไว้ก่อนเป็นดีครับ ใครจะหาว่าเวอร์ก็ช่างหัวตะคากมันไป อย่างน้อยๆ กุก็หล่อวะ (ช่ายป่ะ?) เดี๋ยวนี้กฎเกณฑ์เรื่องเสื้อผ้ามันเปลี่ยนไปเยอะมากแล้ว ไม่ต้องลากสูทสากลติดหูกระต่ายก็ได้ครับ
  2. สำหรับสาวๆ หารองเท้าที่สวมสบายดีกว่ารองเท้าสวย เพราะเพื่อนๆ หมาโดนกันมาแล้ว ดันใส่รองเท้าสูงปรี๊ดไปงานคอกเทล ขากลับปวดเท้าแทบตาย
  3. ถ้าคุณไม่ใช่เซเลบที่ใครๆ ก็รุมกันถ่ายรูปไปลงหนังสือซุบซิบแล้วล่ะก็ ไม่ต้องกลัวใครจำได้ว่าคุณใส่ชุดซ้ำกับงานที่จัดเมื่อ ๓ เดือนก่อนหรอก
  4. ถ้างานที่คุณไปไม่ได้จัดในทุ่งซาวันนาห์ หรือเป็นกระโจมริมหาด ก็ไม่ต้องใส่แว่นดำเข้างานนะครับ (มันเห่ยว่ะพี่)
  5. ถ้าคุณเป็นผู้ชายที่เป็นเพื่อนฝ่ายเจ้าบ่าว ถ้าเป็นไปได้ ถามเจ้าบ่าวนิดนึงว่าเค้าจะแต่งชุดสีอะไรก็ดีครับ ไม่งั้นอาจเกิดการขโมยซีนกันได้ (อย่างที่บอกไว้ข้างบนล่ะครับ กฎการแต่งตัวมันเปลียนไปแล้ว บางทีไอ้เพื่อนเราอาจจะแต่งสูทขาว ทักซีโด หรือสูทธรรมดาๆ ก็ได้) ข้อสำคัญคือ อย่าแต่งตัวชนกับเจ้าบ่าวเป็นพอ ถ้าเจ้าบ่าวสวมสูทดำปกติแล้วคุณเผลอใส่มาชน แกล้งทำเนียนๆ ถอดพาดพนักเก้าอี้ไว้ก็ได้ฮะ (แต่จริงๆ ผู้ชายก็ไม่ค่อยถือหรอก เว้นว่าทั้งคุณทั้งเจ้าบ่าวใส่สูทขาวเหมือนกัน แบบนี้คุณควรถอดซะโดยดี) ที่ไม่พูดถึงฝ่ายหญิง เพราะผู้หญิงสติดีๆ คงไม่แต่งชุดขาวไปงานแต่งใครแน่ๆ อยู่แล้วมั้ง?
  6. ถ้ามีใครบอกคุณว่า คนโสดไปงานแต่งงานคนอื่น ๕ ครั้งแล้วยังไม่ได้แฟน ก็จะขึ้นคานตลอดไป อย่าไปเชื่อ มันไม่จริง ไม่จริง ไม่จริง เข้าใจมั้ย? (นับๆ แล้วรู้สึกครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ ๘ แล้วในชีวิตหมา...)
  7. ถ้าเจ้าของงานชวนเล่นรับช่อดอกไม้ ให้ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปที่หน้างานอย่างสง่าผ่าเผยเลยครับ อย่ามัวแต่ผลักกันอยู่ตรงโต๊ะเลย เดี๋ยวน้ำแกงหกใส่ชุดแล้วจะรู้สึก (นั่งหัวเราะพวกปากว่าตาขยิบมาหลายคนแล้ว)
  8. ระวังขาโต๊ะ (กรณีโต๊ะจีน) ให้ดี เพราะมันมักอยู่ในที่ๆ คุณคาดไม่ถึง และมักไม่แข็งแรงอย่างที่คุณคิด
  9. กรณีบุฟเฟ่ต์หรือคอกเทล ถ้าอยากเจอผู้ชายเยอะๆ ให้ยืนแถวๆ โต๊ะอาหารที่เป็นพวกของแกล้มเหล้า หรือพวกอาหารเนื้อๆ อย่างแฮม สเต๊ก ถ้าอยากเจอผู้หญิงเยอะๆ ก็ตรงโต๊ะคานาเป้ หรือพวกขนมหวาน (เชื่อสิ ไม่รักกันจริงไม่บอกนะเนี่ย)

...เขียนมาตั้งยาวก็เพื่อจะบอกว่า...

พรุ่งนี้ต้องไปอีกงานล่ะ เฮ้อ...

(จะได้อะไรติดมือกลับมาหรือไม่ กรุณาติดตามต่อ...)

เอวํ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เกิน5ครั้งแล้วสินะ...
ฮิๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
สงสัยความเชื่อนั้นจะเป็นจริง คริๆ

#1 By ดอกทอง - Mraz Mania on 2008-03-30 03:39

มาจาก Old Rose ครับ
question

#2 By AkE on 2008-03-30 07:54

แวะมาเก็บเป้นความรู้ surprised smile
ตั้งแต่ทำงานเพิ่งไปมางานเดียวเอง แต่คาดว่าเร็วๆนี้จะมีอีกหลายงานเลยละ


ขอของฝากแถวๆโต๊ะเนื้อๆ อย่างแฮม สเต๊ก สักหน่อยก็ดีนะคับ ฮิ๊ววววว

#3 By simply? on 2008-03-31 13:07

ฮ่า ๆ ๆ
อ่านแล้วก็ยังอดปวดหัวตามไม่ได้เลย
ต้องคิดมากขนาดนั้นเลยนินา เหอ ๆ ๆ

งานแต่งเพื่อน ๆ ผมหรือ ฝากซองได้อย่างเดียวครับ
วุ้ยเป็นข้ออ้างชั้นดี ที่จะบอกว่า "งานยุ่ง หยุดไม่ได้ครับ" และมันเป็นเหตุผลที่เป็นจริงเสียด้วย หุ ๆ ๆ

ถ้าได้ไปจริง ผมคงไม่ต่างกับคุณอ่ะแหละ โฮ่ ๆ ๆ

#4 By Hope Or Pain on 2008-04-02 23:59