หนังสือ+เสม็ด

posted on 18 Apr 2008 09:41 by cosmoguy  in cosmoguy

หวัดดีไดฯ

Agenda ประจำวัน

เพิ่งกลับจากเสม็ด...
(อ่านต่อคอลัมน์บันเทิง)

สรุปผลงานหนังสือ
(อ่านต่อช่วง ๑)

รายงานผลค่า Damage ของคุณน้องกระเป๋าตังค์
- ประมาณ ๒๘๐๐ บาท

หนังสือที่ได้

  • จับอิดนึ้ง (๒ เล่ม)
  • ยอดขุนโจร (๒ เล่ม)
  • กระบี่เย้ยยุทธจักร (๔ เล่ม)
  • ธวัชล้ำฟ้า (๔ เล่ม)
  • กำแพงคนโง่
  • เสือดำ (ของ ป.อินทรปาลิต ๕ เล่ม)
  • คำคล้องจอง
  • สมบัติของผู้ดี
  • สรรพลี้หวน
  • ความฝันในหอแดง
  • รวมคำคะนอง
  • กามนิต-วาสิฏฐี

ส่วนใหญ่จะเป็นนิยายจีนนะ... อ่านจบไปเกือบหมดแล้วครับ แล้วจะมาวิพากษ์ให้ฟังภายหลัง
(ตอนนี้อ่านเรื่องเสือดำอยู่)

ข่าวบันเทิง

(อยากลองเขียนอะไรกึ่งๆ คอมลัมน์แบบเรื่อง Sex and the city มาตั้งนานแล้ว วันนี้ขอสนองตัณหาตัวเองหน่อยนะครับ ชอบไม่ชอบยังไงเม้นต์ได้ตามสะดวก)

ไปเสม็ด เสร็จทุกราย (จริง?)

เสร็จ? ทุกราย?

ด้วยเสียงลือเสียงเล่าอ้างที่เป็นชื่อตอนมั้ง ที่ทำให้เพื่อนสาวหลายๆ คนของผมติดอกติดใจเกาะเสม็ดกันนักหนา แต่พอเอาเข้าจริง ก็ใช่ว่าจะได้กันทุกรอบหรอกนะ

วันนี้ผมก็เลยนัดเพื่อนทั้งหนุ่มทั้งสาวขาเที่ยวเสม็ดไปเม้าท์กัน แน่นอนครับ ร้านที่เราเลือกต้องบรรยากาศสบายๆ ให้พวกเรานั่งกันได้ชิวๆ มีเพลงฟัง มีหนุ่มๆ เป็นน้ำจิ้มประกอบการสนทนาด้วย (อันนี้ขาดไม่ได้) หลังการโทรนัดแบบล่าจิกหัว ผมก็ได้เพื่อนร่วมวงมา ๕ คน เมื่อนัดสถานที่และเวลาเรียบร้อยแล้ว

 

ก็แค่ครั้งคราวล่ะน่า

พี่โชติมาถึงเป็นคนแรกครับ ถึงก่อนผมซะอีก แต่กว่าผมจะเจอตัวพี่เขา ก็เมื่อวอดก้าไอซ์ที่ผมสั่งมากลั้วคอหมดไปแล้วเกือบครึ่งขวด เพราะพี่ท่านเล่นเดินร่อนไปเซย์ไฮกับคนรู้จัก (ค่อนร้าน) และแนะนำตัวกับคนที่ยังไม่รู้จัก (ที่เหลือในร้าน) พอหันมาเห็นผมมองตาเขียว พี่โชติถึงได้ทำหน้ากะเรี่ยกะราด หัวเราะแหะๆ เดินกลับมากอดคอผมเหมือนทุกครั้ง

"ระวังเหอะพี่ เดี๋ยวจะฟ้องตั๋น" ผมยกชื่อแฟนพี่ขึ้นมาขู่
พี่โชติร้องเพ้ย "อย่านะๆ พี่ไหว้เลย อย่าเล่นๆ" ผมหัวเราะ
"พี่ก็เงี้ยทุกทีอ่ะ เมื่อไหร่จะเลิกทำตัวเจ้าชู้ซะทีฮะ?"
"อย่างพี่เรียกเจ้าชู้เหรอ?" ครับ ตอนนี้มือขวาพี่ที่วางบนไหล่ผมดึงตัวผมเข้าไปใกล้กว่าเดิม จนหัวผมซบบนไหล่พี่เขาแล้วครับท่าน
(เราสองคนเป็นพี่น้องกันนะครับ ตั๋นนับถือผมเป็นเจ๊ ฉะนั้นพี่โชติก็เป็นพี่เขยผม)
"แต่น้องหมาก็ยังเป็นน้องสาวสุดที่รักของพี่เหมือนเดิมนะคร้าบ" อ่า ครับ นี่แหละคำพูดติดปากพี่โชติ แล้วจะไม่ให้ผมว่าพี่เขาเจ้าชู้ได้ยังไง?
(อีกอย่าง ผมเป็นรุกครับ ผมเป็นรุก)

"ไปเสม็ดสำหรับพี่ก็เหมือนไปพักผ่อนน่ะนะ" พี่โชติเปิดประเด็น "เหมือนไปเที่ยวตากอากาศ ไปเธค เจอเพื่อนใหม่ บรรยากาศใหม่ๆ อะไรเงี้ย"
"แต่ผมเห็นพี่หายไปทีละชั่วโมงประจำเลยอ่ะ หายไปไหนมาฮะ?" พี่โชติหัวเราะแหะๆ
"แหม พี่ก็ต้องไปทักทายคนรู้จักกันมั่งสิ บางทีก็คุยกันติดลมไปหน่อย" ผมยิ้ม
"ครับพี่ คุยกับถึงเนื้อต้องตัวมากเลยเนอะ"
"อ้าว ก็แหม จะให้ตะโกนคุยกันเหรอ นั่งกันชิดแค่เนี้ย"
"คือพี่ ที่ตั๋นเค้าคิดมากเนี่ย ไม่ใช่เสียงพี่ แต่เป็นท่านั่ง" ผมค้อน
"อ่ะ แหม" แล้วพี่แกก็แหะๆ อีกรอบ ยกขวดไฮเนเก้นขึ้นจิบแล้วคุยต่อ "เห็นพี่แบบเนี้ย พี่ก็ไม่ได้เรี่ยราดกับทุกคนนะครับ พี่เลือกคนเหมือนกันนะเอ้า อย่าง... อย่างคนนั้น" ผมมองตาม "ไม่ใช่ๆ ซ้ายมือครับ ที่ตัวเล็กๆ ผมตั้งๆ น่ะ" ผมแบะปาก ก็ผมไม่ชอบเด็กนี่นา "ถ้าให้พี่เอาเลยล่ะ ไม่ปฏิเสธหรอก" แล้วก็หัวเราะ "พี่ชอบเด็กๆ นะ น่ารักดี" ผมเหลือบตามองแบบฉุนๆ แฟนก็มีแล้ว แถมตั๋นหน้าตาดีกว่าเด็กคนนั้นตั้งเป็นกอง...
"อ้อ แต่อย่างน้องหมาพี่ก็ชอบนะ เมื่อไหร่จะให้โอกาสพี่ซะทีล่ะครับ?" มันเป็นแค่คำพูดติดปากครับ อย่าคิดมาก
"อย่าเลยฮะพี่ ผมถือศีลห้าข้อสามข้อเดียวฮะ" พี่โชติหัวเราะก๊าก เพราะรู้ดีว่าทำไม
"อย่าปิดโอกาสตัวเองมากนักสิครับน้องหมา เราไม่รู้หรอกว่าคนไหนจะเหมาะกับเราที่สุด จนกว่าจะได้ทดลองจริงมั้ย? ถ้าน้องหมายังตั้งการ์ดสูงแบบนี้อยู่ พี่กลัวน้องพี่จะโสดไปจนตาย"
"ขอบคุณฮะพี่ ช่วยได้มากเลย"

เสร็จได้... ถ้าไม่คาดหวัง

"ว่าไงเฮีย คิดจะเขมือบเจ๊หนูเหรอ" แล้วหน้าของใครคนนึงก็ยื่นเข้ามาตรงหน้าเราสองคน ป้องนั่นเอง
"หวัดดีป้อง" ผมทักทาย
"หวัดดีเจ๊" ป้องหอมแก้มผม ผมก็หอมแก้มเขากลับ นี่เป็นธรรมเนียมของเราครับ
"พี่จิมไม่มาเหรอหมวย?"
"ไม่มาหรอกเจ๊ ไปทำงานตอจอวอ." ผมพยักหน้า เพราะพี่จิมเป็นคนที่เดินทางไปทำงานบ่อยๆ อยู่แล้ว "กลับมาเมื่อไหร่จะต้องเคลียร์ซะทีแล้ว" ผมเลิกคิ้วอย่างสงสัย
"ก็พวกที่พี่เค้าไปอะไรด้วยน่ะสิเจ๊ หนูเบื่อ มันตามผัวหนู" เห็นป้องพูดแบบนี้อย่าคิดว่าสาวนะครับ จริงๆ แล้วออกจะแมนด้วยซ้ำไป เสียงที่พูดก็ไม่ได้ดัด แต่พูดด้วยเสียงจริงๆ ของเจ้าตัวเนี่ยล่ะครับ

เรื่องพี่จิม ผมก็ได้ยินป้องบ่นมาหลายครั้ง (อาจจะมากกว่าที่ตั๋นบ่นเรื่องพี่โชติก็ได้นะ) ว่าพี่เค้าค่อนข้างจะมีนิสัยรักสนุกมากไปนิด แล้วก็ใจกว้างมากไปหน่อยจนมีปัญหาบ่อยๆ แต่ข้อดีของพี่จิม (ถ้าจะคิดว่ามันดีล่ะก็นะครับ) ก็คือ พี่เขาไม่ถือถ้าป้องจะไปมีอะไรกับใครๆ บ้าง แต่ต้องป้องกันให้ดี และเงื่อนไขสำคัญ "อย่าให้รู้"
(มันก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่หรอกมั้ง?)

"เจ๊ ไปเที่ยวรอบก่อนมันส์มากกกกกกกกกก" ป้องเล่า "ถ้าเจ๊ไปก็คงได้เหมือนกันแหละ" ผมหัวเราะ ก็บอกแล้วไงว่าผมไม่ได้คิดจะหาอะไรแบบนั้น
"ได้มากี่ไม้ล่ะจ๊ะน้องสาว" ป้องชูสองนิ้ว ผมแกล้งดีใจหอมแก้มน้องสาวตัวดีไปอีกครั้ง แต่ก็ต้องแปลกใจที่เขาไม่ได้ร่าเริงอะไรเหมือนทุกครั้ง "มีอะไรป่าวเนี่ย ถุงแตกเหรอ? หน้าตาเบื่อมากเลย"
"เปล่าเจ๊ แต่... แต่... มันยกขาทั้งสองคนเลยอ่ะ" แล้วป้องก็แกล้งร้องไห้ซบอกผมอีก ผมก็ต้องปลอบไปตามเรื่อง (ก็พี่สาวที่ดีนี่ครับ)
"พี่โชติ ตกลงพี่มีน้องชายสองคนฮะ" ผมพูดดังๆ ให้ป้องได้ยิน ได้ผล คราวนี้ป้องทำตาเขียวทุบอกผมไปสองสามที (เจ็บนะ)
"น้องสาวย่ะ หนูเป็นรับนะเจ๊"
"แต่กับแฟนเก่าป้องเป็นรุกนี่?" ผมถาม
"แค่เดือนแรกค่ะเจ๊ หลังจากนั้นมันกลายเป็นผัวหนูไปเลย ได้ไงก็ไม่รู้ หนูยังไม่หายงงเลยเนี่ย" ผมหัวเราะหนักขึ้น
พี่โชติรีบไกล่เกลี่ย "เอาน่าๆ แต่ดูยังไงๆ ก็ไม่ออกหรอก พี่ว่าเก่งแค่ไหนดูป้อง เค้าก็คิดว่าป้องเป็นโบ้ททั้งนั้นแหละ" ก็อย่างว่าล่ะครับ ป้องดูเหมือนเด็กผู้ชายธรรมดาๆ จะตายไป "รวมทั้งคนที่ป้องได้ที่เสม็ดด้วย" ป้องหน้าง้ำ
"ไม่ขำนะเฮีย นี่ดีนะว่าเค้าหาถุงไม่เจอ ไม่งั้นหนูต้องเป็นคนเสียบจริงๆ ด้วย" แล้วก็ทำหน้าขยะแขยง พี่โชติกับผมหัวเราะงอหาย

"ไปเสม็ดมันก็ดีนะเจ๊ สนุกดี ได้ไปพักผ่อน" ป้องหยุดกระดกวิสกี้ก้นแก้วเข้าปากแล้วใช้หลังมือเช็ด "แต่อย่าคาดหวังอะไรกับมันมากนัก เพราะส่วนใหญ่ที่ป้องได้ ก็ไม่ใช่คนที่ป้องอยากได้จริงๆ หรอกเจ๊ แต่จะสนทำไมกัน จริงมั้ย?" แล้วป้องก็เดินไปสั่งเครื่องดื่มเพิ่ม

รักไม่พอ ต้องเข้าใจด้วย

ป้องลากผมไปที่ฟลอร์ เราสองคนเต้นกันสักเดี๋ยว ผมก็รู้สึกว่ามีมือเข้ามากอดผมจากด้านหลัง แล้วหน้าของเจ้าของมือก็วางบนไหล่ผม
"หวัดดีครับพี่หมา" แล้วก็ยิ้มกริ่ม
"เคน มาได้ไง?"
"ผมมากับพี่ตองครับ" ชี้ไปที่โต๊ะผม พี่ตองแฟนของเคนนั่งคุยกับพี่โชติอยู่ที่นั่น "พอดีเจอพี่โชติ พี่เขาบอกว่าพี่กับป้องเต้นอยู่ ผมเลยมาหา" แล้วหันไปบอกป้องว่า "ขอยืมพี่หมาหน่อยนะครับ" ป้องพยักหน้ายิ้มๆ

คือจริงๆ แล้วผมกับเคนก็เจอกันที่เสม็ดน่ะล่ะครับ เราสองคนเต้นกันสนุกมาก พอตอนเธคเลิก เคนก็หันมาบอกผมว่า
"พี่ครับ พี่จะโกรธผมมั้ย" ผมเลิกคิ้ว เคนทำหน้าไม่สบายใจ "คือ... ผมมีแฟนแล้วครับพี่" ผมหัวเราะพรวด
"เฮ้ย บ้า พี่ไม่ได้คิดอะไรจริงๆ แค่เต้นเฉยๆ เคนไม่ต้องคิดมากหรอก"
"แต่..."
"เฮ้ยพี่ไม่โกรธจริงๆ พี่รู้แล้วด้วยว่าเราอ่ะมีแฟนแล้ว" เคนทำหน้างงๆ ผมชี้ไปข้างหน้า "พี่โชติบอกพี่ตั้งนานแล้วล่ะ ไม่ต้องห่วง พี่บอกพี่ตองแล้วด้วยว่าพี่ขอเต้นกับเคนได้มั้ย เค้าก็โอเค" แล้วผมก็ยิ้ม แล้วเคนก็ยิ้ม
"พี่รู้ไรมั้ย? ผมไม่เคยเต้นกับใครมันส์เท่าพี่มาก่อนเลย"
"จริงดิ?"
"ครับ เสียดาย..." แล้วเขาก็เงียบไป
"?"
...อย่าถามผมนะว่าหลังคำว่าเสียดายคืออะไร คำพูดตรงนั้นยังเป็นปริศนาดำมืดอยู่จนทุกวันนี้ครับ...

เพลงเริ่มช้าลง ผมมองไปทางพี่ตอง เผื่อว่าเขาจะอยากเต้นเพลงช้ากับเคน แต่พี่ตองก็ไม่มีทีท่าว่าจะลุกจากเก้าอี้ เคนถามขึ้น
"มองหาใครครับ?"
"อ๋อ ดูพี่ตองน่ะ เผื่อเขาจะอยากเต้นเพลงช้ากับเคน" เคนหัวเราะ
"พี่เขาไม่เต้นหรอกครับ ผมขอเค้ามาเต้นกับพี่หมาแล้ว"
"แล้วเค้าไม่ว่า?" เคนพยักหน้า
"ไม่ว่าครับ เพราะพี่ตองรู้ว่ายังไงผมก็เป็นของเขา แล้วผมกับพี่หมาก็เป็นพี่น้องกันด้วย" ผมยิ้ม เขายิ้ม แล้วเราก็เต้นกันต่อ แต่คราวนี้ผมถามเขาเรื่องเสม็ด

"ก็ไปพักผ่อนครับ เล่นน้ำ ผมชอบเล่นน้ำฮะ ชอบโดนแดด" น่าอิจฉาที่ผิวขาวแบบอาตี๋ของเขาไม่คล้ำลงสักเท่าไรเลย "พี่ตองก็ชอบเหมือนกัน นี่แหละฮะ ผมกับพี่ตองถึงชอบไปเสม็ด"
"ดีเนอะ" ผมอิจฉา
"ครับพี่ ผมจะไปเที่ยว ไปไหน พี่ตองก็ไม่เคยคิดมาก เพราะผมไม่เคยโกหกพี่ตอง ไม่เคยโกหกใครเรื่องพี่ตองด้วย พี่ตองก็เหมือนกัน ถ้าพี่ตองเลี่ยงไม่ได้ พี่เค้าก็โทรมาขออนุญาตผมก่อนทุกครั้งเลยฮะ" เคนหัวเราะ "แต่ส่วนใหญ่ พี่เค้าจะแกล้งบอกว่าเมา แล้วขอกลับบ้านก่อนทุกทีเลยล่ะ"

ยิ่งรักมาก ยิ่งต้องห่าง

ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แต่ก็โดนฉุด...

"หมา!" จอมนั่นเอง มากับพี่โอ้คแฟนเธอด้วย เอ๊ะ แต่ปกติพี่โอ้คไม่เที่ยวกลางคืนนี่นา
"พี่โอ้คหวัดดีฮะ ไปไงมาไงฮะวันนี้?" ผมทักทาย แล้วหันไปยิ้มให้จอม
"ก็ จอมไม่ค่อยสบาย แต่ก็จะมาให้ได้ ผมก็เลยต้องมาดู" พี่โอ้คพูดเรียบๆ เล่นเอาผมได้แต่ยิ้มแหยๆ ชี้ทางไปโต๊ะให้ แล้วก็วิ่งเข้าห้องน้ำไป

กลับมาอีกที พี่โอ้คนั่งจิบน้ำส้มอยู่ที่โต๊ะคนเดียว เห็นจอมเต้นกับป้องอยู่ในฟลอร์ มีพี่ตองกับเคนอยู่ข้างๆ ส่วนพี่โชติไร้ร่องรอย ผมนั่งลงตรงข้ามพี่โอ้ค

พี่โอ้คเป็นคนที่ผมไม่ค่อยสนิทด้วย เพราะไม่ค่อยได้ไป Hang out กัน อีกอย่างพี่เขาเป็นผู้หลักผู้ใหญ่มาก (มากกว่าพี่โชติซึ่งแก่กว่าด้วยซ้ำ) ผมก็เลยอดเกรงๆ ไม่ได้ แต่คราวนี้ผิดคาด พี่โอ้คคุยกับผมก่อนครับ

"หมาครับ" ผมสะดุ้ง เพราะคิดอะไรเพลินๆ อยู่พอดี
"ครับ?"
"พี่จะขอบใจหมาที่ช่วยจอมเค้าซื้อคอมน่ะครับ" อ้อ
"อ๋อ ไม่เป็นไรหรอกครับพี่ นิดหน่อยเอง"
"พี่เกรงใจนะ คอมมีปัญหาทีไรจอมก็เรียกหมาทุกทีเลย นี่ขนาดจะซื้อคอมยังให้หมาไปช่วยแบกเลย พี่ก็เพิ่งรู้ตอนที่หมาช่วยจอมหอบกลับมาบ้านน่ะแหละ"
"ไม่เป็นไรหรอกครับพี่" ผมตอบได้แค่นั้นเอง แล้วเราก็เงียบ
"เอ่อ หมาครับ หมาไปเสม็ดกับจอมมาเมื่อต้นเดือนใช่มั้ย?"
"ไปครับ"
"แล้วจอมเค้าก็ให้หมาช่วยถ่ายรูปให้อีกใช่มั้ย?"
"ครับ..." ชักงงแฮะ ไม่รู้พี่โอ้คแกจะมาไม้ไหน
"ทีหลังไม่ต้องตามใจเค้ามากนะครับ แบบนี้ลำบากหมาแย่เลย พอดีไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว" ผมหัวเราะ
"แค่สักชั่วโมงเดียวเองครับพี่ ไม่นานอะไรเลยฮะ"
"เหรอครับ เพราะพี่เห็นถ่ายมาเยอะมากเลยนะ" ผมหัวเราะ พี่โอ้คไม่รู้หรอกว่าที่เห็นน่ะผ่านการเลือกสรรมาแล้วสองรอบ แต่จอมเป็นคนโพสท่าไว ส่วนผมก็ถ่ายแหลก ฉะนั้นเลยไม่เสียเวลานัก
"พี่โอ้คไม่ไปเที่ยวกับจอมมั่งล่ะครับ?" พี่โอ้คยิ้ม
"นานๆ ทีให้เขามีเวลาเป็นของตัวเองบ้างก็ดีนะ พี่เองบางทีก็อยากไปเที่ยวกับเพื่อนๆ พี่บ้างเหมือนกัน"
"?"
"หมารู้มั้ย ว่าคนเราต้องการช่องว่างของตัวเอง" พี่โอ้คอธิบาย "รักกันมากแค่ไหน ใกล้ชิดกันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องการเวลาของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น อย่างพี่ เวลาส่วนตัวของพี่คือเวลาที่พี่เป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องเกรงใจจอมว่าพี่จะพูดจะทำอะไรแล้วจอมจะต้องลำบากใจ" ผมพยักหน้า
"พอเข้าใจฮะ" พี่โอ้คพูดต่อ
"พี่ก็เลยถือว่า เวลาที่จอมไปเที่ยวเป็นเวลาของจอม ที่จอมจะได้สนุกสนานบ้าง ปลดปล่อยความเครียดที่เค้าเครียดกับพี่บ้าง พี่ก็เลยไม่อยากตามไป อีกอย่าง พี่ไว้ใจเค้า พี่เชื่อว่าเค้าคงไม่ทำอะไรที่จะทำให้พี่เสียใจ" ผมยิ้ม ก่อนจะขอตัวพี่โอ้คลงฟลอร์อีกรอบ

พูดกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น

"คุยไรกะแฟนชั้นยะ?" จอมร้องถามเมื่อผมเข้าไปในวง
"พี่เค้าขอบคุณเรื่องไปช่วยแกซื้อคอมน่ะ" ผมตอบ ส่วนที่เหลือขอไว้เป็นส่วนตัวแล้วกัน
"อ๋อ อือ ชั้นล่ะเบื่อพี่โอ้คว่ะแก ปากหนักจะตาย จะพูดอะไรแต่ละทีต้องคิดซะน้านนาน" ผมว่าตรงนั้นเป็นเสน่ห์อย่างนึงของผู้ชายนะ...
"อ่ะ ผู้ชายเค้าไม่พูดอะไรพล่อยๆ หรอกแก" ผมแย้ง
"ไม่ช่ายย่ะ ไม่ใช่ไม่พูดพล่อยๆ แต่นี่ไม่พูดเลยต่างหาก ประมาณนั่งมอง ไม่พอใจก็นั่งเงียบๆ จะเอาไงก็ไม่พูด จะต้องให้ชั้นเดาใจไปถึงไหนก็ไม่รู้" ว่าแล้วก็ถอนใจ "แต่ดีตรงที่พี่เขาดีเนี่ยแหละ ไม่เคยนอกใจชั้นสักครั้ง แถมดูแลชั้นทุกอย่างเลย ถ้าชั้นไม่เถียง ไม่โวยวายเค้า ทุกอย่างมันก็เรียบร้อยดีอยู่หรอก"
"แล้วแกจะไปโวยวายเค้าทำไมล่ะ?" ผมงง
"ก็แหม แกอ่ะ..." แล้วก็ทำหน้าบูด ก็เพราะเธอเอาแต่ใจตัวเองไงล่ะจ๊ะ แต่ก็นานๆ ครั้งล่ะครับ ผมน่ะไม่รู้สึกอะไรหรอก แต่พี่โอ้คที่ต้องอยู่กับจอมเนี่ย คงเจออะไรมากกว่าผมแหงๆ แต่สองคนนี้ก็อยู่กันมาได้ ๖ ปีแล้วนะครับ ต้องนับถือพี่โอ้คจริงๆ ที่พี่เค้าอดทนได้ขนาดนี้ แล้วก็ยังรักจอมได้เสมอต้นเสมอปลาย

หลังเธคปิด เรา ๗ คนแยกย้ายกันกลับบ้าน ป้องเดินมากอดผมเหมือนทุกครั้ง
"เจ๊ หนุ่มคนหลังหนูมองเจ๊อยู่ เข้าไปหาเลย"
"ไม่ดีกว่าหมวย ขอบใจจ้ะ"
"ดูหน่อยน่าเจ๊" แล้วก็หมุนตัว ทันทีที่เห็น ผมก็ต้องสะดุ้ง

ก็... เขาคือพี่ที่ผมแอบปิ๊งในยิมนี่ครับ แถมยังยิ้มให้เหมือนทุกครั้งที่เห็นผมอีกด้วยสิ
(หมายความว่า ผมมีหวัง ใช่มั้ยครับ?)

หมายเหตุหมา - มีความจริงอยู่ประมาณ ๗๐% ส่วน ๓๐% ที่เหลือคือชื่อตัวละคร สถานที่ พฤติกรรมปลีกย่อย และย่อหน้าสุดท้าย

เอวํ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เอ๊ยยยย
เขียนสนุกนะครับเนี่ยพี่หมา
แต่ติดที่ยาวไปหน่ย อ่านจนตาแฉะเลยละครับ cry


ผมไปเสม็ดไม่เห็นจะเสร็จเลยสักครั้ง อิอิ
ผับบนเกาะก็ไม่เ่คยไป ไปเสม็ดตั้งใจจะไปทะเล
เล่นน้ำ พักผ่อน มากกว่า
question

#1 By simply? on 2008-04-18 16:41

อ่านแล้วชักอยากไปทะเลมั่งแล้วสิครับ

#2 By AkE on 2008-04-19 19:11