หวัดดีไดฯ

ขอไม่จัดกลาง เพราะมันทำให้หน้าบล็อกง่อย...

หมู่นี้มีเรื่องร้อนๆ น่าติดตามเกิดขึ้นที่วังบาดาล ซึ่งถ้าใครติดตามพันทิบ บล็อกยัยแมวดำ และ 彩雲物語 ก็คงทราบว่ามันเป็นเรื่องอะไร แต่ถ้าไม่ทราบ ขอเล่าย่อๆ ว่า เกิดการทำลายล้างผลงานโดยเจ้าแม่ตบจูบชนิดที่แฟนเรื่องนี้ (คนที่โพสในพันทิบ) ทนไม่ได้ ถึงขั้นจับเวอร์ชั่นจีน (เพราะเธอเรียนจีนมาชนิดช่ำชอง และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อิงกับจีนๆ ด้วย) มาเทียบกับเวอร์ชั่นไทย (ของเจ้าแม่ตบจูบ)

ผลเหรอครับ... เจ้าแม่แตกสิครับ จะอะไรซะอีก แปลผิดขนาดนั้น (ขนาดไหน ไม่บอก แต่ถึงขั้นนี้ คงพอเดาได้ไม่ยากเย็น)

หลังจากนั้นคุณพี่ท่านนี้ก็ยื่นคำร้องขอแปลเรื่องนี้ทั้งหมด ซึ่งเธอจะแปลจากภาษาจีน แต่จะให้เพื่อนที่เรียนญี่ปุ่นเช็คทวนกับภาษาญี่ปุ่นให้ ผลว่าอย่างไร หมายังไม่ทราบ แต่ได้ยินแว่วๆ จากยัยแมวดำมาว่า พี่เขาขอถอนตัวแล้ว เพราะอะไร อันนี้ยังไม่ทราบ (และคาดว่ามันคงหายไปพร้อมกับหมอกยามเช้าบนเทือกเขาภูพาน... เฮ้อ)

ส่วนงาน (ประจำ) ของหมาก็มีเรื่องราวให้ตลกๆ กับการแปล (เช่นเคย) ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าน่ารักที่สั่งภาษาจีน แต่บอกไม่ได้ว่าจีนดั้งเดิมสำหรับอะไร (สำหรับคนที่ไม่ทราบ จีนภาษาเขียนหลักมี 3 locale คือจีนประยุกต์สำหรับจีนแผ่นดินใหญ่ จีนดั้งเดิมสำหรับฮ่องกง และจีนดั้งเดิมสำหรับไต้หวันครับ) ช่วงนี้เจอบ่อยซะด้วยสิ...

เดี๋ยวก็มีลูกค้าที่ใส่โค้ดภาษาผิด จาก SV (สวีดิช) เป็น SW (สวาฮีลี) ซะงั้น (เล่นเอาแผนกหาคนทำงานแปลฝันร้ายไปสามชั่วโมงกว่า)

ล่าสุด เมื่อวานนี้เอง หมาโดนงาน Translation review ภาษาญี่ปุ่น (จริงๆ มันเป็นงานในขั้นเสนอราคา) แต่เนื่องจากหมาดันไปเจออะไรแปลกๆ ในงานที่ลูกค้าแปลมาแล้ว เช่น

  • Source กับคำแปลไม่ตรงกัน (ว่าง่ายๆ ก็แปลผิดน่ะแหละ)
  • แปลขาด, แปลเกิน
  • ใช้คำที่แปลกๆ เช่น คำว่า "ศรีนครินทร์" (ที่เป็นชื่อถนน) เขาถอดเป็นคาตากานะว่า スリナカリン ทั้งๆ ที่มันควรจะเป็น シーナカリン เพราะเมื่อเทียบตามเสียงแล้ว "ชีนาการิน" ยังใกล้มากกว่า "สุรินาการิน" นะครับ (ทำให้นึกถึงสมัยเรียนการแปลที่เสริมมิตร เพราะทั้งห้อง ๑๗ คนยกเว้นหมาคนเดียว เขียน "รังสิต" ว่า ランスィット ส่วนหมาเขียน ランシット ธรรมดาๆ เนี่ยแหละ ผลก็คือ หมาเขียนถูกคนเดียวในห้อง ส่วนที่เหลือก็บ่นแหลก ประมาณว่า ทำไมไม่เขียนแบบนั้น ทั้งๆ ที่มันถูก แต่พออาจารย์ถามว่า เอามาจากไหน กลับไม่มีใครตอบได้ ส่วนที่หมาเขียนถูกเนี่ยไม่ใช่เก่งอะไรหรอกครับ เจอพอดีน่ะ)
  • คำคำเดียวกัน เขียน ๓ ครั้ง ไม่เหมือนกันเลยสักครั้ง
  • แทรกบางอย่างลงในคำแปล เช่น ชื่อเก่า/ใหม่ของสถานที่นั้น หรือถนน
  • บางคำมีตัวคันจิใช้ แต่ไม่ใช้ (เกาลูน 九龍 แต่เสียงอ่านเดี๋ยวนี้กลายเป็น カオルン ไม่ใช่ きゅうりゅう หรือ クーロン แล้ว)

จากการเช็คงาน สิ่งที่หมารู้สึกคือ งานนี้ใช้คนแปลอย่างน้อย ๓ คน (จากคำที่เขียนไม่เหมือนกัน) หนึ่งในนั้นค้นคว้างานเยอะมาก (น่าจะเป็นคนที่ใส่ชื่อเก่าลงไป) ส่วนอีกสองเอาจากที่มีคนแปลมาแล้ว คนนึงแย่ขนาดเอาของที่ผิดมาใช้โดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ (คือชื่อโรงแรมมันเป็น กกก โฮเตล แอนด์ สปา แต่แปลออกมากลายเป็น กกง โฮเตล แอนด์ สปา)
(ปล. ไม่ได้อหังการ์ขนาดจับผิดคนแปลซึ่งอาจเป็นญี่ปุ่นหรอกครับ แต่มันเห็นชัดๆ แบบนี้ก็คงว่ากันไม่ได้ จริงมั้ย)
(ปล. ๒ ญี่ปุ่นแท้ๆ อาจไม่จำเป็นต้องเก่งภาษาญี่ปุ่นเสมอไปหรอกครับ...)

หมาก็เลยนั่งเช็ค+คอมเมนต์งานให้หัวหน้าไป หลังจากนั้นก็เรียงลำดับความผิดเก็บไว้เป็น Record

สำหรับการแปลแบบ Translation (คือแปลตรงๆ แบบที่หุบเขาเสียงสะท้อน) ความผิดที่ร้ายแรงมากอีกประการ (ไม่นับแปลผิดนะครับ อันนั้นมันแรงทุกแปลอยู่แล้ว) คือ Lack of consistency หรือขาดความคงที่ในการใช้คำ ซึ่งงานนี้ก็เห็นแล้ว ๓ ที่ รองลงไปก็แปลขาด/เกิน ใช้คำแปลก ส่วน ๒ ข้อสุดท้ายไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่ เพราะมันขึ้นกับสไตล์และความนิยมครับ (เรื่องเกาลูน ปัจจุบันจะเจอ カオルン คือเขียนด้วยเสียงอ่านแบบจีน ไม่ใช้คันจิ เพราะถ้าเขียนคันจิ คนญี่ปุ่นจะคิดว่าเป็นคันจิ และอ่านแบบญี่ปุ่นทันที กรณีที่ไม่มีคำอ่านบอกไว้)

พอเสร็จเรียบร้อย หัวหน้าบอกว่า เนี่ยรู้มั้ย คุณเพิ่งหาเงินให้บริษัทได้ (แล้วมันจะมาเป็นรายได้ผมมั่งมั้ยอ่ะครับ?) ซึ่งก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยๆ ก็ทำให้รู้ว่า ภาษาเรายังไม่แย่เกินไป...

กลับมาที่เรื่องงานแปลอีกที ถ้าเป็นการแปลแบบ Copywriting หรือการแปลวรรณคดี สิ่งที่ผิดร้ายแรงสุด คือการแปลผิด (แน่นอน) รองลงไปก็คงเป็น เนื้อหาไม่ครบถ้วน ข้อความที่ผู้แต่งต้องการสื่อหายไป (เห็นได้ชัดในนิยายสืบสวน) ส่วนเรื่องสำนวนนั้นเป็นเรื่องของรสนิยมครับ ไม่มีใครผิดหรือถูก ๑๐๐% มีแต่ชอบหรือไม่ชอบ เหมาะกับเรื่องหรือไม่เหมาะ เท่านั้นเอง

ตัวอย่าง (นรก) เช่นสมมติว่า ให้ น.นพรัตน์แปลเรื่อง "ก๊อดฟาเธอร์" หรือคุณจีรนันท์ พิตรปรีชาแปลเรื่องคาวบอย ผลที่ได้คงไม่แคล้วเป็นดอน คอร์เลโอเน่ยิงตะปูฝนพรมสาลี่ หรือคาวบอยคุยกันเป็นโคลงฉันท์กาพย์กลอน อะไรทำนองนั้น ซึ่งถามว่ามันไพเราะมั้ย? มันเพราะครับ เพราะมาก แต่มันไม่ค่อยเข้ากับเรื่องสักเท่าไหร่
(ขออภัยทั้งสองท่านที่ถูกหมาหยิบชื่อมาเป็นตัวอย่างโดยพลการครับ)

ก็เหมือนกัน...

ตัวอย่างข้างต้นนั้นเป็นเรื่องที่ตีความได้ง่าย เพราะผู้ประพันธ์เขียนเรื่องที่เกิดในประเทศของตน แต่ถ้าเป็นผลงานที่ Cross Culture ล่ะ?

เป็นยังไง?

ก็อย่างเช่นเรื่อง "สิทธารถะ" ของ...(จำไม่ได้ครับ ไม่แน่ใจว่าเป็นเฮอร์มาน เฮสเสหรือเปล่า) หรือเรื่องกามนิต-วาสิฏฐี สองเรื่องนี้เขียนโดยนักเขียนชาวเยอรมัน (คนละคนกันนะครับ คนละยุคด้วย) แต่เขียนเป็นเรื่องอินเดีย...

ถ้าวัดโดยปัญญาของท่านเสถียรโกเศศ-นาคะประทีป และคุณสีมน (ผู้แปลเรื่อง "สิทธารถะ") เมื่อโทนเรื่องมันไปทางอินเดีย ก็ต้องถอดให้มันเป็นอินเดียที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะอะไร อุปมาเหมื่อนเจอเรือกลไฟแบบที่เค้าใช้ล่องแม่น้ำไรน์ในแม่น้ำยมุนา หรือเจอคนทำพิธีสตีที่ลานกว้างหน้าปราสาทไฮเดลแบร์ก เป็นต้น (มันผิดฝาผิดตัวกันไปหมด ประมาณนั้น)

เอ้า เอาอีกตัวอย่างก็แล้วกัน ในนิยายจีนบางเรื่องของโก้วเล้ง มีตัวละครประกอบบางตัวเป็นคนญี่ปุ่น ซึ่งคุณ น.นพรัตน์ก็ได้ถอดเสียงชื่อออกมาเป็นจีน วงเล็บญี่ปุ่น หลังจากนั้นก็ใช้ชื่อญี่ปุ่นโดยตลอด เพราะถือว่าตัวละครนั้นๆ เป็นคนญี่ปุ่น ไม่ใช่จีน

ฉะนั้น เมื่อเราได้คำตอบแล้วว่า เรื่องที่เขียนนั้น เขียนเป็นเรื่องของประเทศใด ก็ควรถอดความตามหลักของประเทศนั้นแล้ว...

...ก็คงหมดคำถามเรื่องเมฆาสารพัดสีแล้วใช่มั้ยครับ ว่าควรจะแปลมันแบบญี่ปุ่นหรือจีนดี?...

ซื้อ EEE PC มาใช้แล้วล่ะ ลงวินโดส์ ใช้งานดีทีเดียว ไม่แพงด้วยนะ (แต่ต้องทำใจเรื่องไม่มี Optical Drive กับฮาร์ดดิสแค่ ๔ กิ๊กหน่อย ส่วนที่เหลือโอเคทีเดียวครับ) พรุ่งนี้ต้องลงวินโดส์ใหม่ เพราะที่ร้านลงมามันไม่สมบูรณ์ ฮ่วย (ดีนะงานไม่เสีย) ที่ซื้อมาก็เพราะ ต้องการทำงานแปลให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยกว่านี้ เมื่อเกี่ยงว่า น้องดนย์ใหญ่เกินพก ก็หาอะไรที่เล็กกว่าน้องดนย์มาใช้ ดูซิคราวนี้จะมีข้ออ้างอะไรอีก (ออกแนวสนองตัณหานะเนี่ย)

ซึ่งก็โอเคทีเดียว ทำงานได้มากขึ้น เพราะยัดลงกระเป๋ายิมได้ด้วย พอเปิดเจอปุ๊บ เล่นยิมเสร็จก็ไปทำงานต่อได้ด้วย ดีเหมือนกัน

เจอเรื่องไม่คาดฝัน เมื่อ ๒ วันก่อนคุยญี่ปุ่นน้ำไหลไฟดับ... กับฝรั่ง (ซะงั้น) จนพอพูดอังกฤษกับเค้าเพราะนึกญี่ปุ่นไม่ออกน่ะแหละ พี่แกถึงได้ถามว่า
"คุณไม่ใช่คนญี่ปุ่นเหรอ?" หมาส่ายหน้า ตอบว่าเป็นคนไทย แต่พี่แกยังถามต่อ
"เรียนญี่ปุ่นมาเหรอ" "กี่ปี" ก็ตอบไป "ที่ไหน อยู่เมืองอะไร" หมาบอก อยู่ที่เนี่ยแหละ นั่นแหละครับ เค้าก็ยกนิ้วโป้งให้ แล้วบอกว่า
"มหาลัยยูนี่ เจ๋งจริงๆ"
แก้มปริไปตามระเบียบสิครับ

東方不敗 เย่!!

เอวํ (ก่อนจะถูกหมั่นไส้มากกว่านี้)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เอวัง

/me งี้ดๆพี่หมาขาของานแปล eng หน่อยค่ะ

#1 By Kuro Noire on 2008-04-27 15:45

...รีบกดเกิน

จริงๆแล้วเคยเจอทักกับงานที่จิ้มอยู่เหมือนกันว่าทำไมไม่อ่านชื่อ โธรเน่ (Throne ...คาดว่ามาจาก เยอรมัน หรือแทบนั้นเพราะตามด้วย eins zwei drei)ไม่อ่านว่า โธรน หรือ สึโรเน่

-_- ' ...ก็นะ หลายคนก็คิดว่าแปลแบบไม่ต้องมีบริบทก็ได้ เลยมีปัญหาแปล "เมพๆ" ตามมาเป็นพรวนแล

เอวัง

#2 By Kuro Noire on 2008-04-27 15:51

คุโร - หุบเข้าเสียงสะท้อนเปิดรับ Outsource นะครับ ลองมาเทสต์ดูได้เลย ส่งเมลมาหาพี่ก็ได้ แล้วจะส่งต่อคนรับผิดชอบให้จ้ะ (อาจจะนานนิดนะ เพราะตอนนี้พี่หัวหน้าแผนกเค้าลาผ่าตัดจ้ะ)

#3 By cosmoguy on 2008-04-28 08:35

เห็นด้วยกับหมาทั้งหมด และจะพยายามทำใจกับพวกที่เห็น "ความเคยชินของตัวเอง" เป็นเรื่องสำคัญกว่า "เจตนารมณ์ของผู้แต่ง" ชิส์..

ส่วนย่อหน้าสุดท้าย อ่ะแหม มันอยู่ที่คนมากกว่า ไม่ใช่เพราะมหา'ลัยอย่างเดียว (แต่สมมุติถ้าเป็นเราก็คงปลื้มเหมือนกัน อาจารย์สอนมาดีเน้อ open-mounthed smile)

#4 By Piggy on 2008-04-28 15:56