หวัดดีไดฯ

ยุ่ง ยุ่ง ยุ่ง ยุ่ง ยุ่ง ยุ่ง ยุ่ง และ ยุ่ง...

เหตุผล (เน่าๆ) เดิมๆ ครับท่านๆ อิอิ รีแคปชีวิตกันเล็กน้อยดีมั้ย เผื่อท่านๆ จะพอเก็ตกันบ้างว่าไอ้อะไรๆ ที่ทำให้หมาหมดอารมณ์เขียน (ทั้งที่ปกติมือบอนยังกะอะไรดี) น่ะมันมีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง

 

อย่างแรก เรื่องนี้ก็บ่นให้เพื่อนๆ พี่ๆ หลายคนฟังไปแล้ว ซึ่งหลายๆ คนที่คุยให้ฟังก็บอกให้ใจเย็นๆ ไว้ก่อนดีกว่ามั้ย ช่วงนี้งานหายากนะไอ้หมา ยอมกลืนเลือดไว้ก่อนน่าจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกับชีวิตกว่าอาละวาดฟาดงวงฟาดงาแล้วต้องนั่งอยู่ว่างๆ ในเวลาที่ไม่ควรจะต้องว่าง (ทำให้ขาดรายได้ที่ควรจะได้ไป... อันนี้ไม่ดีแฮะ) 

 

เรื่องนี้ก็ปกติของการเงินการคลัง งานไปทันเวลา แต่เงินมาช้าเนี่ยมันก็เล่นเอามึนๆ ได้เหมือนกันนะ (ขออำไพมณีศรีสุวรรณพี่ที่ดูแลเรื่องนี้ไว้ด้วยครับที่หมาโทรไปหาวันละหลายรอบ ช่วงนั้นเกิดอาการสติแตกขั้นใกล้หลุดแล้วล่ะ เพราะหลายเงินเหมือนกันนะ โฮๆ)

 

เรื่องดีๆ บ้าง ได้อิสระในการพังห้องจากพระบิดา (ผู้เป็นใหญ่ในบ้าน) แล้ว โปรเจ็คพังห้องเฟสแรกเริ่มไปแล้ว ผลที่ได้ ห้องโล่งไปเป็นพะเรอจากการเอาเตียงโบราณของหม่อมยาย (เสียดายเหมือนกัน แต่ให้ญาติไปแล้ว คิดว่าน่าจะเหมาะกับบ้านเขามากกว่า) เปลี่ยนเตียงเป็นเตียงเล็กขนาดพอดีกับที่นอน (๓.๕ ฟุต... แปลกใจล่ะสิ? หมานอนที่นอนขนาดนี้มาตั้งแต่เด็ก และไม่เคยตกเตียงเลยแม้แต่ครั้งเดียว!) ที่นอนก็เปลี่ยนใหม่ด้วยครับ จากใยมะพร้าวอายุสิบกว่าปี (ตั้งแต่เรียนมัธยม... น่าจะต้น) เป็นที่นอนสปริงหนาแน่นเหมือนนอนบนตัวหนุ่มใหญ่นักกล้าม นอนสบายมากๆ นอนแล้วไม่อยากลุกเลยให้ตายสิ พร้อมกันนั้นก็กำจัดขยะ+สิ่งที่ไม่ต้องการออกไปจากห้องไปประมาณ ๖ ถุงดำใบใหญ่ (พ่อบอกว่ามึงทำบ้านเบาลงไปเกือบตัน... อย่าไปเชื่อเค้าเลยครับ ขี้เว่อร์ประจำล่ะพ่อผม) ตอนนี้ก็รออีกสัก ๒ เดือนค่อยทำเฟส ๒ ต่อ แพลนไว้แล้วว่าจะเป็นตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ครับ

เรื่องจัดห้องก็มีอะไรให้คุยเยอะเชียวครับ ตอนนี้เงินที่หามาได้นอกจากจะใช้หนี้และเก็บไว้เที่ยวแล้ว ก็ยังต้องกันส่วนนึงไว้เป็นค่าเฟอร์นิเจอร์ด้วย เรียกว่าหากันตัวเป็นเกลียวเลย เหนื่อยแต่ก็มีความสุขนะครับ หลักที่หมาเห็นว่าน่าจะมีประโยชน์กับคนที่กำลังเบื่อๆ ห้องตัวเองอยู่ก็ตามนี้เลย

 

  • ลองเปลี่ยนมุมเฟอร์นิเจอร์ที่มีดูก่อน - เลื่อนตู้ไปทางซ้าย ย้ายโต๊ะไปทางขวา บลาๆ ทำนองนี้ เปลี่ยนมุมมองเรื่อยๆ ก็พอช่วยให้หายเบื่อได้บ้าง
  • ถ้ายังไม่หาย ก็ลองโมฯ สิ่งที่มีอยู่ก่อน เดี๋ยวนี้ของ DIY เยอะครับ อาจจะลองซื้อวอลเปเปอร์มาแปะโต๊ะ แปะตู้เล่นเปลี่ยนบรรยากาศดูก่อน หรือทาสีห้องใหม่ (ทาเองก็ได้ไม่ยากครับ อย่าลืมปูกระดาษหนังสือพิมพ์รองกันสีหยด แล้วก็แปะกระดาษกาวย่นที่คิ้ว บัว ด้วยนะ) ทาเล่นดูสักด้านนึงก่อนก็ได้ครับ สีสำหรับทาในบ้านกระป๋องกลางกระป๋องนึงไม่กี่ตังค์หรอก
  • เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ - อันนี้ก็เป็นทางเลือกที่ดี แต่อยากให้ลองวัดห้องดูก่อน แล้วก็ไปเดินดูของในร้านแต่งบ้านหาไอเดียดีๆ ดูก่อนจะดีกว่า แต่ต้องรู้นะว่าเราต้องการทำอะไรกับห้อง เช่น ห้องหมาเป็นห้องที่ยาวมากกว่ากว้าง (๓ เมตรคูณ ๕ เมตร) มีอะไรอยู่ในห้องบ้าง (หมามีเตียงอันใหญ่คับห้อง ตู้หนังสือที่ทำท่าจะใส่ของไม่พอแล้ว ๒ ใบ ตู้เสื้อผ้าใบปกติที่อยากได้ใหญ่ขึ้น เพราะอยากได้แบบที่สามารถเก็บ Accessories พวกกระเป๋าเป้เดินทาง กระเป๋ายิมได้ด้วย ชั้นทีวี ชั้นวิ่ทยุ โต๊ะเล็กหัวเตียง ๒ ตัว โต๊ะเขียนหนังสือ บีนแบ็ก) ปัญหาคืออะไร (ห้องแคบ เก็บของไม่พอเพราะติดเตียง) อยากให้ห้องเป็นยังไง (โล่งๆ ไว้ก่อน) ชอบสไตล์ไหน (อันนี้ลองไปดูๆ ตามร้านเฟอร์นิเจอร์จะดีกว่าครับ เพราะหมาก็ไม่ได้มีอินทีเรียเป็นที่ปรีกษาหรอก แต่ส่วนตัวชอบอะไรที่เรียบๆ สีสว่างๆ แข็งแรงทนทานตามแบบผู้ชายๆ ทั่วไป) ต่อไปก็วางแพลนกำจัดตัวปัญหากัน ไล่จากตัวใหญ่ไปก่อนเลยครับ (กรณีหมาคือเอาเตียงใหญ่+ที่นอนเก่าออกไปก่อน กำจัดของที่ไม่ต้องการพวกเสื้อผ้า หนังสือเก่าไปด้วย จากนั้นก็แทนที่เตียงกับที่นอนเก่าด้วยเตียงและที่นอนใหม่ที่ขนาดพอเหมาะกับตัวเองและขนาดห้อง ต่อไปก็ไล่เก็บทุกอย่างเข้าที่ครับ) แล้วก็ลงมือทำโลด!
เรื่องดีๆ อีกเรื่อง น้ำหนักลดแล้วครับท่าน ค้างอยู่ที่ประมาณ ๗๒ แล้ว เพื่อนๆ พี่ๆ และ Instructor บอกว่าห้ามลงอีกแล้วนะ แล้วก็กรุณาเลิกวิ่งทีละชั่วโมง แต่ไปเล่นเวทซะดีๆ ไม่งั้นจะจับล่ามไว้ที่โซนฟรีเวท (อิอิ) ห้ามอดอาหาร (ไม่ได้อดนะ แค่ไม่กินมื้อเย็นเอง) ต้องกินให้ครบ ๓ มื้อ เย็นก็ต้องกิน จะเป็นนมกล่อง น้ำแกง ผักต้ม ขนมปังโฮลวีท อะไรก็ได้ แต่ต้องกิน ยิ่งหลังออกกำลังยิ่งต้องกิน (ไม่ไหวนะ มันกินไม่ลงจริงๆ) นิดหน่อยก็พอ (เพราะตอนนี้รูปร่างหมาเปลี่ยนจากอักไกเป็นเอวานเกเลียนแล้ว... เปรียบเทียบได้โอตาคุได้อีกนะหมานะ)
 
แต่ แต่ แต่ พี่ๆ เฟิร์มแล้วว่าถ้าเริ่มเล่นเวทเมื่อไหร่ ทำใจไว้ได้เลยว่าน้ำหนักขึ้นแน่ๆ (ซึ่งก็จริง สมพรปากมาก เพราะหมากินเยอะขึ้นนะ) แต่ก็ช่วยได้โดยการเปลี่ยนนิสัยการกินเป็นกินผักผลไม้มากขึ้น ซึ่งก็ไม่ยากเย็น เพราะหมาเป็นสัตว์กินพืชมากกว่าแป้งอยู่แล้ว ลองดูเมนูประจำวันช่วงนี้กันนะ
  • ข้าวแดง+น้ำพริกนรกกุ้งป่นของแม่อะไรไม่ทราบ+หมูหวานโฮมเมดสองสามชิ้น+ผักประมาณครึ่งกิโล...
  • ข้าวแดง+ผักประมาณสามสี่ขีด+เต้าหู้หลอด
  • ข้าวแดง+ไข่ต้ม+สับปะรด+ผักอีกกระจาดนึง
...อะไรทำนองนี้ ซึ่งก็ยังวิ่งได้วันละชั่วโมงเหมือนเดิม ช่วงบ่ายๆ อาจมีมะม่วงหรือฝรั่งหรืออะไรที่ถูกๆ อย่างเงาะหรือมังคุด หรือลิ้นจี่เป็นของหวาน+ของว่างด้วยครับ แล้วก็หมาไม่กินเวย์ครับ
 
และสุดท้ายที่ยากที่สุดก็คือการทำให้ท้องกลายเป็น six packs ยากจริงๆ นะ ทุกวันนี้ยังไม่เฟิร์มเล้ย แต่ก็เรียบลงไปเยอะแล้วครับ (นึกถึงท้องผู้หญิงนะ แบบที่เรียบๆ แต่กล้ามยังไม่ขึ้นน่ะ) ไว้ได้ที่เมื่อไหร่จะถ่ายรูปมาแปะให้ดูนะ (เมื่อไหร่ไม่รู้นะ)
มาเรื่องสวยๆ งามๆ กันอีกนิด ลองใช้ Skin Food ตามกระแสกะเค้าดูละ ชอบครีมกะเซรั่มชุด Black Raspberry จัง ส่วนล้างหน้าก็ยังเป็น Acne Aid เจ้าเก่า โทนเนอร์ก็ Boots' Botanic เหมือนเดิมครับ กันแดดตอนนี้หาซื้อ Sunkiller Clearwater ยากจัด ประกอบกับเจ๊ม้ามาแรง เลยสอยมาลองซะ แล้วก็ปรากฏว่าใช้ดีไม่เสียหน้ากันแดดญีปุ่น (สีชมพูกะม่วงนะครับ ส่วนตัวชอบม่วงมากกว่าเพราะทาแล้วหน้าไม่เป็นขุย แต่ชมพูทาแล้วกิ๊งไปทั้งวันเลย ตัดใจไม่ได้เลยผลัดๆ กันใช้) ทาตัวตอนนี้ไปชอบ Luminese ร้าน Boots แล้วครับ ขวดปั๊ม ๔๐๐ มิลลดเหลือ ๙๙ บาทเอง สอยซะ ส่วนตัวว่าไม่เหนอะเท่าไหร่ถ้าทาตอนตัวหมาดๆ นะครับ กลิ่นก็โอเคไม่แรงด้วย
 
งานที่ทำจบไปแล้ว - คุณผู้หญิงฯ (๑๔ เล่ม) ครูสาวฯ (๑๕ เล่ม) ส่วนที่เหลือกำลังทะยอยกันไปครับ
 
ทำงานต่อละคร้าบ (หนักหนาทีเดียวโปรเจ็คต์นี้ โอยย)
 
เอวํ 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อัพทียาวยืดเลยนะครับ แต่ก็อ่านจนหมดละ
แล้วแวะมาอัพข่าวคราวให้รู้อีกนะครับ
ทริปลาวยังไม่จบเลย question

#1 By เจ้าโต on 2009-06-27 18:33

กลับมาได้แล้ว

บล็อกเน่าแล้ว คิดถึงนะคัฟ big smile

#2 By iTualek on 2009-07-12 01:26

ออ...
มาแล้วว มเล่าไปลาวต่อเร็ว

#3 By kemkem on 2009-07-20 17:53